การดำเนินงาน2019-02-13T03:39:17+00:00

อาคารผลิตนำเสะอาดและระบบบำบัดน้ำทิ้ง

การดำเนินงาน

การให้บริการขนถ่าย และจำหน่ายสัตว์น้ำ    ท่าเทียบเรือประมงภูเก็ตมีท่าเทียบเรือประมงสำหรับการขนถ่ายสัตว์น้ำความยาวรวม 860 เมตรโดยแบ่งการใช้ประโยชน์เป็นท่าเทียบเรือประมงสำหรับเรือท้องถิ่น ท่าเทียบเรือสำหรับเรือประมงเบ็ดราวทูน่า ทั้งนี้เพื่อให้ ชาวประมงได้นำเรือเข้าเทียบท่าเพื่อจำหน่ายสัตว์น้ำเป็นประจำทุกวันไม่มีวันหยุด

การควบคุมดูแลคุณภาพสัตว์น้ำ  ท่าเทียบเรือประมงภูเก็ตจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการด้านสุขอนามัยในการควบคุมดูแลคุณภาพสัตว์น้ำ มีมาตรการด้านสุขอนามัยท่าเทียบเรือประมง เช่น การคัดเลือกกสัตว์น้ำที่ถูกสุขลักษณะ การตรวจประเมินคุณภาพสัตว์น้ำเบื้องต้น(Sensory Checking) การตรวจการปนเปื้อนของฟอร์มาลีนในสัตว์น้ำ   การใช้น้ำสะอาดในกิจกรรม แล ะการบำบัดน้ำที่ใช้ในกิจกรรมให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานของกรมควบคุมมลพิษก่อนปล่ยลงสู่ลำคลองสาธารณะ

ท่าเทียบเรือประมงภูเก็ตได้รับการตรวจประเมินสุชลักษณะท่าเทียบเรือประมงโดยกรมประมงปีละ 2 ครั้ง

 ส่งเสริมสนับสนุนอุตสาหกรรมประมง และต่อเนื่อง  ในปัจจุบันมีอุตสาหกรรมประมงที่ตั้งอยู่ ในบริเวณท่าเทียบเรือประมงและบริหารงานโดยภาคเอกชน  ประกอบด้วย ห้องเย็นขนาด 300 ตัน โรงน้ำแข็ง 2โรง กำลังผลิต  1,450 ซอง/วัน  อู่เรือคานเรือ 2 แห่ง และโรงงานแปรรูป 1 แห่ง

ให้บริการข้อมูลข่าวสารด้านตลาด และสถิติประมง  เผยแพร่ข้อมูลด้านสถิติประมง และข่าวสารด้านตลาด  ราคาสัตว์น้ำ โดยให้บริการผ่านเวบไซด์ขององค์การสะพานปลา

ให้สินเชื่อการประมง   ดำเนินการให้สินเชื่อเครื่องมืออุปกรณ์ประมง ซ่อมแซมเรือประมงแก่ชาวประมง

     การดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลและอื่นๆ ให้การส่งเสริมอาชีพประมง  โดยการมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนประมง  การดำเนินงานประสานงานกับสมาคมประมงและสหกรณ์ประมงในท้องถิ่น  ตลอดจนการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาล ได้แก่ ควบคุมดูแลการจำหน่ายน้ำมันม่วงตามโ ครงการจำหน่ายน้ำมันราคาถูกให้กับชาวประมงในเขตจังหวัดภูเก็ต พังงา และกระบี่  

ท่าเทียบเรือประมงภูเก็ตได้รับมอบอำนาจจากกรมประมงให้เป็นหน่วยงานในการออกใบรับรองการซื้อขายสัตว์น้ำ (Marine Catch Purchasing Document: MCPD) สำหรับเรือประมงที่เข้ามาขนถ่ายและจำหน่ายสัตว์น้ำที่ท่าเทียบเรือประมงภูเก็ต ตามมาตรการด้านระบบการตรวจสอบและควบคุมการทำประมง   IUU ( Illegal  , Unreported , and Unregulated Fishing)ของรัฐาบาล  ซึ่งเป็นมาตรการที่สหภาพยุโรปได้นำมาใช้กับประเทศไทย

ปัจจุบันท่าเทียบเรือประมงภูเก็ตได้รับการรับรองจากกรมประมงให้เป็นท่าเทียบเรือประมงสุขอนามัย และมีการตรวจประเมินสุขลักษณะท่าเทียบเรือประมงปีละ 2 ครั้ง

เป้าหมายตามยุทธศาสตร์

เป็นท่าเทียบเรือประมงที่ได้มาตรฐานด้านสุขอนามัย

เป็นศูนย์กลางการขนถ่ายปลาทูน่าจากเรือเบ็ดราวในภูมิภาคมหาสมุทรอินเดียฝั่งตะวันออก

สถิติที่สำคัญ

ปีงบ
ประมาณ
ปริมาณ
สัตว์น้ำ(ตัน)
มูลค่า
สัตว์น้ำ(บาท)
ปริมาณ
เรือ (เที่ยว)
ปริมาณ
รถยนต์(คัน)
2549 20,639 1,555,033,375 9,630 18,173
2550 33,543 1,965,989,150 11,933 18,114
2551 22,698 1,358,016,993 11,319 14,659
2552 29,624 1,735,919,076 14,240 17,751
2553 25,663 1,418,226,733 11,081 15,271
2554 20,487 1,151,717,634 8,956 11,732
2555 28,361 1,860,551,329 9,778 15,185
2556 36,481 1,873,588,988 9,312 19,352
2557 38,092 2,169,092,133 8,387 15,901
2558 36,825 2,494,471,916 8,020 20,488
2559 46,428 2,505,817,620 9,364 17,185
2560 25,687 1,383,543,168 7,050 14,711
2561 29,291 1,752,319,665 7,421 15,183

ประเภทสัตว์น้ำที่สำคัญ ได้แก่  ปลาทูน่า ปลาลัง ปลาโอ กุ้ง  ปลาทรายแดง ปลาหมึก

รือประมงที่เข้าเทียบท่าได้แก่ เรืออวนล้อมจับ เรืออวนลาก เรือเบ็ดราวปลาทูน่า เฉลี่ยวันละ 31 ลำ

ตลาดสัตว์น้ำที่ส่งจำหน่าย ได้แก่ ตลาดในจังหวัดภูเก็ตร้อยละ  42   จังหวัดใกล้เคียงร้อยละ 30  ภาคกลางร้อยละ 20  ส่งออกไปประเทศมาเลเซีย  สิงคโปร์ ผ่านหาดใหญ่ร้อยละ 2  และส่งตรงไปประเทศญี่ปุ่น (ปลาทูน่า)  และอื่นๆ ร้อยละ  6

แผนงานโครงการที่สำคัญ
– โครงการจัดตั้งตลาดศูนย์รวมอาหารทะเล ( Sea Food Market Center)
– โครงการจัดตั้งเขตพื้นที่ขนถ่ายปลาทูน่าเพื่อการส่งออก
– โครงการพัฒนาพื้นที่เพื่อการประมง และต่อเนื่องกับการประมงร่วมกับการท่องเที่ยวสันทนาการ
(Fisheries Tourism) โดยการจัดทำ TOR เพื่อหาเอกชนเข้ามาลงทุน  และพัฒนา

ผลการดำเนินงาน

ปีงบ
ประมาณ
รายได้ รายจ่าย กำไร/ขาดทุน
2549 7,343,744.05 6,750,240.02 5,935,04.03
2550 11,291,730.28 8,165,390.60 3,126,339.68
2551 10,280,505.64 6,835,478.02 3,445,027.62
2552 15,213,838.63 9,305,225.12 5,908,613.51
2553 15,971,069.38 11,360,906.79 4,610,162.59
2554 15,940,333.06 6,943,472.03 8,996,861.03
2555 18,354,956.24 7,792,374.13 10,562,582.11
2556 19,022,836.74 9,339,226.88 9,683,609.86
2557 20,195,076.14 9,481,317.14 10,713,759
2558 22,425,767.35 9,363,445.57 13,062,321.78
2559 26,298,594.68 9,416,082.60 16,882,512.08
2560 24,095,640.92 10,157,583.15 13,938,057.77